| |
|
| |
 |
คำถาม โดยคุณ วันที่ 2009-07-15 จำนวนผู้อ่าน 409 |
|
| |
| |
|
|
| |
| ผมได้รับทราบรายละเอียดจากคุณหมอรู้สึกมีความหวังมากขึ้น ว่าอาจมีทางดีขึ้นกว่าเดิมทำให้รู้สึกชีวิตมีความหวังกว่าก่อน เมื่อวันก่อนไปพบคุณหมอเพื่อเอายามารับประทาน ผมได้ถามคุณหมอว่ากล้ามเนื้อหัวใจมีทางฟื้นตัวขึ้นมาอีกหรือไม่ คุณหมอบอกว่าถ้ากล้ามเนื้อหัวใจตายแล้วไม่สามารถฟื้นคืนมาได้ และสภาพหัวใจผมเสยหายเป็นบริเวณกว้างคงไม่สามารถฟื้นฟูได้มากว่านี้ ผมขอเรียนถามคุณหมอเพิ่มเติมน่ะครับว่ามีวิตามินใดสามารถ ฟื้นฟูกล้ามเนื้อหัวใจที่ตายแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ หรือฟื้นฟูกลับมาได้มีไหมครับ ด้วยความนับถือ เกียรติพันธ์ โรจน์นิรันดร์ เรียนคุณเกียรติพันธ์ ผมได้ทบทวนดูประวัติและการตรวจที่ให้มาแล้ว ตามข้อมูลที่ได้มาถึงแม้จะไม่ครบถ้วนผมมีความคิด เห็นดังนี้ครับ การทำงานของหัวใจของคุณค่อย ๆ ดีขึ้นเองจาก 25 % เป็น 47% ในเวลา 2 เดือน ผมไม่คิดว่า เป็นจากการทำงานของเครื่องช่วยทำให้ดีขึ้นเนื่องจากว่าสายที่ใส่เข้าไปในหัวใจช่องล่างซ้ายใส่เข้าไปได้ เพียง 2 ซม ซึ่งไม่น่าจะมีผลช่วยในการทำงาน ผมคิดว่าการตัดสินใจใส่เครื่องทำเร็วเกินไปโดย ไม่ได้ดูธรรมชาติของโรคว่าอาจดีขึ้นได้ระดับหนึ่งในระยะเวลา 4-6 สัปดาห์ โดยทั่วไปถ้าการทำงานของหัวใจขึ้นได้เกิน 40% โอกาสที่จะเกิดการเต้นหัวใจผิดปกติแบบที่รุนแรง ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตและต้องมีเครื่องช็อคไฬฬ้าหัวใจโดยอัติโนมัติมีน้อย จึงมีข้อแนะนำว่าไม่จำเป็น (เฉพาะกรณีเกี่ยวกับการทำงาน defibrillation) อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับการใส่เครื่องไปแล้ว ไม่ควรเอาเครื่องออกเพราะไม่มีผลเสียอะไรมากนักและ อาจมีประโยชน์บ้างถึงแม้ไม่มากนัก เพราะการเอาเครื่องออกต้องทำการผ่าตัดอีกครั้งหนึ่ง แต่เราอาจ ตั้งเครื่องให้เป็นเพียง backup mode ทำให้อายุการใช้งานของเครื่องนานขึ้น ยาที่ให้ขณะนี้ดูเหมาะสมดีแล้ว การรักษาขณะนี้ที่ควรทำคือทานยาที่ได้อยู่ต่อไป และมีการปรับยาตามความเหมาะสม และควรให้ การป้องกันการเกิดโรคหลอดหัวใจตีบซ้ำ เช่นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การแก้ไขปัจจัยเสี่ยง การควบคุมน้ำหนัก อาหาร ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ทานยา aspirin และยาลดไขมัน และมีการตรวจเช็คเป็นระยะ ๆ ว่ามีเส้นเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยการตรวจสายพานดูสมรรถ ภาพการทำงานของหัวใจ ตรวจดู echocardiogram เป็นระยะ ๆ ทุก ๆ 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยการ ตรวจ echo ให้ดูการทำงานของหัวใจช่องล่างขวาและซ้ายด้วยว่ามีการทำงานประสานกันหรือไม่ด้วย | |
|
| |
|
|
|
|
| |
| |
 |
คำตอบ โดยคุณ วันที่ 2009-07-15 |
|
| |
|
|
| |
เรียนคุณเกียรติพันธ์ ผมแนะนำให้มีการตรวจหัวใจโดยใช้ echocardiogram ซ้ำ โดยอาจตรวจจากอีกความเห็นหนึ่ง ให้แน่ใจว่าการทำงานของหัวใจเป็นอย่างไร ถ้าดี> 40-45% ผมคิดว่าอันตรายน่าจะไม่มากและอาจ พิจารณาที่จะไม่ใช้เครื่อง CRT ในอนาคต และควรตรวจดู EKG ซ้ำ เพื่อดูว่าการทำงานของหัวใจด้านซ้าย ล่างและด้านขวาล่างมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ถ้ามีความสัมพันธ์กันดีความจำเป็นของเครื่อง CRT มีน้อย
ศ.นพ.เกียรติชัย ภูริปัญโญ แพทย์ทางด้านอายุรกรรมหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด |
|
| |
|
|
|
|
| |
|
| |
|
| |
|